[Fic BBI] Piece Of Memory - 3

posted on 24 Jul 2006 19:23 by kagura  in Fic-BBI
แบบว่า อย่างที่บอกตอน3มันหายไปกะวินโดว์อ่ะน้า..........ต้องมานั่งรีไรท์ใหม่ เฮ้อ................

แปลกแนวกว่าตอนที่แต่งอีก........แถม....มั่วสดได้ดีมากเลยเหอๆๆ เผลอแต่งปนตลกไปด้วยซะงั้นง่ะ- -"

เอาเถอะ ยังไงเหล่าสาวกผู้รักน้องอัล อย่าพึ่งฆ่าผมตายน่ะ......!!!!!(เหงใจผมหน่อยงานเยอะม๊ากกก!!)


ตอนที่ 3


ห้องของ รอย มัสแตง - อัลฟรอนส์ เอลริค


"นี่ร้อยโทฮอว์คอาย...."เสียงร่างสูงหน้าอ่อนซึ่งนอนขยับตัวไปไหนไม่ได้บนเตียงเอ่ยขึ้น..

"ค่ะ.."หญิงสาวผมสีทองลูกน้องคนสนิทขานตอบ

"ใจคอเธอจะมาเฝ้าทุกวันเลยหรือไงหะ...ชั้นอยากให้พยาบาลสาวๆมาดูแลมากกว่านะ"แล้วหน้าพลเอกต้องซีดลงเมื่อคนมาเฝ้าที่อยู่ข้างๆกำลังถือมีดปอกแอปเปิ้ล ปล่อยรังสีเย็นยะเยือกออกมา ก่อนที่จะยื่นแอปเปิ้ลที่ปลอกเสร็จแล้วให้เจ้านายตรงหน้า เพื่อให้หยิบไปทานเดี๋ยวนี้!"ล้อเล่นจ้ะ ทานล่ะน้า......"

"อัลฟอนส์คุงยังไม่ฟื้นเลย ผ่านไปตั้งอาทิตย์หนึ่งแล้วนะ...."

"พี่ฮะ!!! โอย!..อูย.."อัลละเมอจนเผลอลุกขึ้นทำให้แผลที่ท้องกำเริบความเจ็บขึ้นมา เจ้าตัวพูดอะไรไม่ออกนอกจากครวญครางเสียงอู้อี้ด้วยความเจ็บปวด จนคนที่นอนอยู่กับคนเฝ้าสะดุ้งไปตามๆกัน

"ที่นี่ที่ไหนกัน ผมหลับไปนานเท่าไร"

"หลับไปสองอาทิตย์น่ะจ้ะ"ผู้กองพูดพลางช่วยเด็กหนุ่มที่นอนอยู่เตียงข้างๆพยุงตัวให้นั่งได้ถนัดท่า

"เป็นไงบ้าง?เดี๋ยวจะไปบอกหมอให้นะจ้ะ"

ผู้กองฮอว์คอายออกไปจากห้องเพื่อไปเรียกหมอมาดูอาการของอัลเหลือพลเอกรอย มัสแตง กับ อัลฟอนส์ ที่อยู่บนเตียงทั้งคู่ตามลำพัง......อัลรู้สึกอึดอัดเล็กๆ ในหัวเต็มไปด้วยคำถามต่างๆนานา....

เรื่องของพี่!

"ถ้าจะถามเรื่องพันเอกเอลริคล่ะก็ ชั้นให้คำตอบที่แน่นอนกับเธอไม่ได้หรอกนะ"

เสียงร่างสูงพูดแทงใจดำคนตัวเล็กที่อยู่เตียงข้างๆจนหันหน้างงๆมา"หมายความว่าไงกันครับ?"

"ตามที่ผู้กองฮอว์คอายเล่ามา หลังจากที่เธอบุกเข้าไปช่วยที่ชั้นใต้ดิน เธอพบแค่พวกเราที่นอนจมกองเลือด อีกทางหนึ่งก็เป็นพันเอกน่ะแหละ พอเธอจะเข้าไปช่วยก็ถูกโฮมุนครูสเข้าขัดขวาง...ลักพาตัวเอ็ดเวิร์ดไป ดังนั้นเราไม่รู้ว่าอยู่หรือตายเท่านั้น..."

....อยู่หรือตาย........

รอยเล่าจบอัลถึงกับถอดสีหน้าขาวเผือด เหงื่อผุดขึ้นมาเล็กๆ ห้วงความคิดแตกสลาย ทิ้งตัวลงไปกับหมอนที่หนุนหลังเค้าไว้ น้ำตาผุดออกมาจากดวงตาสีทองที่เศร้าสร้อย สติเค้าเริ่มไม่อยู่กับตัว มืออันบางแต่แข็งแกร่งกุมศีรษะระงับอาการอยู่


พี่เค้า...จะตายจากผมแล้วหรอ....
ไม่นะ! ไม่จริง! ผมไม่เชื่อ!

"อัลฟอนส์?.."

"......."

"อัลฟอนส์!!!!"รอยสังเกตเห็นว่าร่างของอัลไร้การเคลื่อนไหว ดูท่าจะหมดสติไปอีกครั้งแล้วเค้าลุกลี้ลุกลนตัดสินใจพยุงสังขารหยิบถุงน้ำเหลือมาแขวนกับเสาแล้วลุกจากเตียงเพื่อไปดูอาการเด็กหนุ่มบนเตียงคนไข้ข้างๆ

รอยเห็นใบหน้าขาว ดวงตาที่ปิดสนิทคลอน้ำตาไหลลงมาช้าๆ เสียงเรียกหาพี่ชายลอดออกมาเล็กๆจากริมฝีปากอมชมพูนิดๆ สีหน้าเริ่มซีดลงอย่างเห็นได้ชัด รอยเห็นว่าเด็กตรงหน้าท่าจะแย่เต็มทีแล้ว เหลือบมองหาสาวที่ไปเรียกหมอ ท่าจะยังไม่มา สักพักผู้กองก็พาหมอมาอย่างรีบร้อน รอยจ้องเขม็งเหมือนบอกกับหมอว่า'ดูอาการให้ดีนะ ถ้าไม่ดีขึ้นได้เป็นศพไหม้แน่!'จนหมอผวาดูอาการคนไข้ที่หมดสติอย่างร้อนลน ริซ่าแลเห็นว่ารอยดูท่าจะร้อนใจเอามากๆ เค้าเป็นห่วงพี่น้องเอลริคมากจนไม่ห่วงตัวเองเลย จึงลากเจ้าตัวขึ้นเตียงคนไข้ผลักให้นอน จนรอยร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดที่แผลเก่าเกือบจะเปิดจนเลือกออกเป็นเขื่อนแตก รอยก็จำยอมลูกน้องขี้เป็นห่วงคนนี้ยอมนอนเฉยๆให้เจ้าตัวไปหาผลไม้มาปอกให้กินอีกครั้ง เค้าหันมามองหน้าอัลที่หมดสติหน้าซีดเซียว ด้วยความเป็นห่วงและข่มความโกรธของตัวเองเอาไว้...

สุดท้าย ชั้นก็ปกป้องใครไม่ได้อีกหรือไงนะ......



.................................
.......................
..................
..............
.......
..
.


"ไพร์ดทางนั้นเรียบร้อยหรือยัง"เอ็นวี่พูดพร้อมกับปาดคอเหยื่อพลาง

"เรียบร้อยแล้วฮะ พี่เอ็นวี่...."ไพร์ดตอบพร้อมกับออกมาหาพี่ชายของตน

สีหน้าของเอ็นวี่พึงพอใจเล็กน้อย ทั่วร่างของไพร์ดเต็มไปด้วยเลือดของบุคคลผู้โชคร้ายที่กลายเป็นเหยื่อในรายชื่อของผู้ที่ต้องถูกสองพี่น้องสังหาร กลบสีเสื้อผ้าสีดำบนร่างไปไม่น้อย ใบหน้าขาวนวลถูกแต่งแต้มด้วยเลือดสีแดงฉาน ดวงตาสีทองเจือจางแฝงด้วยความมืด ในมือถือเคียวอันใหญ่ที่อาบเลือดเหยื่อมานับไม่ทั่ว เดินก้าวเข้ามาหาพี่ชาย รอบๆที่ทั้งสองยืนอยู่นั้น มีแต่ศพนับไม่ถ้วนโชกเลือดเรียงรายตามพื้น"เก็บกวาดตามที่พี่บอกแล้วฮะ..."

"ดีมาก กลับบ้านกันได้แล้วล่ะพ่อรออยู่นะ ไพร์ด"เจ้าตัวเดินนำหน้าก่อนเพื่อให้น้องชายตามมา"ฮะ"

'พี่ฮะ รอผมด้วยซี่ '

เฮือก....เสียงนั้นอีกแล้ว ไพร์ดหันหลังตามเสียงนั้น แต่ก็ไม่มีวี่แววใคร พี่ชายหัวผมสีดำอมเขียวเห็นว่าน้องชายตนไม่ได้เดินตามมา จึงเรียก"เฮ้ ไพร์ดทำอะไรอยู่มาเร็วๆ"

"ขอโทดฮะ จะไปเดี๋ยวนี้"มองดูรอบๆก่อนที่จะวิ่งตามพี่ชายของตนและเกาะแขนเดินไปด้วย แต่สีหน้าก็ยังครุ่นคิดถึงเสียงนั้นไม่เลิก




พอไปถึงบ้าน

"กลับมาแล้ว"พี่คนโตกล่าว

"กลับมาแล้วหรอเอ็นวี่"ลัสต์เดินออกมาต้อนพี่น้องทั้งสองพร้อมกับกลัทโทนี่ย์"กลับมาแล้วหรอ? มีของฝากบ้างมั้ย"

มาปั๊บมันก็ขอของฝากเลยหรือไงเนี่ย-*-.....

เอ็นวี่บ่นหงุดหงิดในใจ พลางโยนถุงเก็บเนื้อมนุษย์ที่เชือดมาสดๆตอนทำงานให้กลัทโทนี่ย์ไปอีกทาง เจ้าตัวหิวโหยก็กระโดดหยิบถุงและเริ่มสวามปาม ลัสต์กับเอ็นวี่เห็นแล้วอนาถใจแทนจริงๆ ลัสต์เหลือบเห็นไพร์ดยืนนิ่งเหม่อลอยไร้การเคลื่อนไหว แต่มือของเด็กน้อยยังกุมมือของเอ็นวี่อยู่ จนเจ้าหล่อนสงสัย"ไพร์ด?"

"หะ..ฮะ "ไพร์ดหลุดออกจากความคิดเข้าสู่ความเป็นจริง หันหน้าไปทางเสียงผู้เรียก"มีอะไรหรือฮะพี่ลัสต์"

"ก็เห็นท่าทางเราเหม่อบ่อยจริงๆนะ มันทำให้พี่รู้สึก...."ลัสต์เดินเข้ามาลูบหัวไพร์ดขยี้ผมเบาๆมือ เส้นผมทองอันอ่อนนุ่ม ดวงตาเศร้าสร้อยที่มองมาทางลัสต์ ขณะนี้ลัสต์เริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่แล้ว จากลูบหัวเปลี่ยนเป็นกอดทันทีทันใด จนพี่ชายหัวเม่นตกใจ"ไพร์ดจ๋า!!ทำไมถึงน่ารักงี้เนี่ย>o<"

"เฮ้ยๆ น้องชายชั้นใครห้ามแตะเฟ้ย!!!"คว้าตัวไพร์ดคืนมาจากลัสต์อย่างรวดเร็ว

"อ๊าาาา ขอกอดอีกนิดสิ อย่างกไปหน่อยน่าเอ็นวี่!!>^<"เจ้าตัวพยายามแย่งน้องชายผู้น่ารักน่าเอ็นดูอย่างสุดฤทธิ์แต่เจ้าพี่ชายตัวดีก็ไม่ยอกน้องที่ตนดูแลให้สาวเจ้าซักเท่าไรเลย เพราะกัวลัสต์จะจับไพร์ดไปแต่งตัวอะไรสักอย่างแน่ๆ!!


เจ้าไพร์ดก็เหมือนกันยืนเหม่อให้คนเค้าจับแต่งกันอยู่ได้!


"ไพร์ด"เรียกเจ้าน้องจอมเหม่อให้สติกลับจนเจ้าตัวสะดุ้งอีกครั้ง"ฮะ!?"

"นายไปหาท่านพ่อไป รู้สึกนายจะเพี้ยนเรื่อยๆแล้วนะ"พูดปั๊บก็คว้าแขนน้องชายจอมเหม่อตรงไปหาพ่อทันที

"ไม่เอาน๊า ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย"ไพร์ดยังดิ้นรนต่อต้านพี่ชายแต่ดูท่าจะสู้แรงไม่ไหว

"หนวกหู พี่หมดความอดทนแล้ว!!"เอ็นวี่เผลอใส่อารมณ์จนไพร์ดทำหน้าจ๋อยซึมเศร้าไปถนัดตา"อะ...ขอโทดนะ พี่แค่เป็นห่วงนายมากเกินไป"

"ไม่เป็นไรฮะ...ผมผิดเอง"แต่ก็ทำให้สีหน้าไพร์ดไม่ดีขึ้นเลย เอ็นวี่บ่นในใจว่าตัวเองนี่บ้าจริงๆไปพาลอารมณ์ใส่ไพร์ด


รักเพราะห่วง...เป็นห่วงเพราะรักนายมากเกินไป ไม่อยากให้นายคิดอะไรที่มากไปกว่าความว่างเปล่า

แต่ขอให้ความคิดนั้นเป็นชั้น ไม่ใช่เสียงเรียกน้องของนาย......


หลังจากนั้นพ่อก็ได้พาไพร์ดเข้าไปในห้องเพื่อตรวจดูอาการของไพร์ด....และไม่ได้ออกมาจากห้องนั้นเลยตลอดทั้งคืน....เอ็นวี่ได้แต่นอนรอในห้องที่ว่างเปล่า ไม่มีเด็กน้อยที่คอยอยู่ด้วยกันมา...

คอยดูแล......

คอยสั่งสอน....


สอนให้รู้จักฆ่ามนุษย์ เพื่อทิ้งความเป็นมนุษย์!

คืนนั้นเอ็นวี่นึกถึงวันแรกที่เค้าได้แนะนำตัวกับไพร์ดซึ่งเป็นการเจอกันครั้งแรกระหว่างไพร์ดกับเอ็นวี่....นั่นเอง


โปรดติดตามตอนต่อไป

**

ฮาล์ฟ-กรี๊ดดดดด รับไม่ได้ค่ะ มาทรมานน้องได้ง๊ายยยย
คาระ-ใจเย็นครับๆ อย่าพึ่งฆ่าผม!!!
ฮาล์ฟ-แยกกันไม่พอ ยังทำให้นู๋อัลนิทราต่ออีก จะให้เศร้าไปถึงหน่ายยยยย!!!(บีบคอคาระแน่น)
คาระ-ใจเย็นนนน!!!!!!(โดนบีบคอ)

***


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แต่งเก่งจังเลยอะ
โอว น่าสนใจมากงิ

ช่วงนี้ข้าพเจ้าหมกมุ่นกับการสอบ เลยไมได้แวะบล๊อกเลย โทดนะงับ

ว่าแล้วก้อชะแว้บบบ ขอตัวไปอ่านฟิคท่านตั้งแต่บทแรกก่อนน๊า

#2 By R@bbitch_n@m*TVXQ Supporter on 2006-07-24 19:39

โอ้ววววว อ่านแก้เครียดได้อย่างดี
ท่านย่าเก่งด้านนี้แฮะ สงสัยต้องอ่านหนังสือบ่อยๆจะได้เก่งแบบย่า

#3 By [ AsaYSK Le-ann Heartilly ] on 2006-07-24 20:01

อร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
น้องอัลน่าสงสารรร ฮือออออ กระซิกๆๆๆ

#4 By --AsaYSK Tsukiyono Kasuna-- on 2006-07-24 21:43

คาระจ๋า เซย์ขอมาเม้นก่อนนะ เดี๋ยวสอบเสร็จแล้วจะมาอ่าน แง้ว T_T (ไม่เคยสังเกตเลยว่าคาระจังก็แต่งด้วย โทษน๊า )
แง้ว มาแล้วจ้า
คาระจัง มาต่อเร็วๆซะดี เหอๆๆๆๆๆๆๆ*-*
ไพร์ดจ๋า~> < (แล้วคันดะล่ะ เอาไปไว้ไหน? อีนี่มันหลายใจเจรงๆ=[]=)
ย่าคาระ~~ ทำหนูซึ้งน้า~~~

สนุกมากค่ะ ต่อไวๆเน้

#7 By [[*-- Horoshi --*]] on 2006-07-28 22:25

555555+สงสารไพรด์อ่ะ
โดนเจ๊ลัสต์จับแต่ง

#8 By มารุอิคุง สาวกฟูลอัล (61.19.33.142 /unknown, 61.19.33.142) on 2007-01-19 14:30

สนุกจัง แต่ว่าอ่านยากจังเลยน่ะค่ะ

#9 By ผู้แวะเวียนเข้ามาชม (203.153.171.165) on 2007-03-06 17:02