[Fic BBI] Piece Of Memory - 6
posted on 24 Sep 2006 13:15 by kagura in Fic-BBIลงมาจนได้แหละนะ(สิ้นคิดสุดๆ) ปั่นโดฟิควันแม่อยู่ฮะ พยายามเขียนให้รอดอยู่เหมือนกัน(ยากชิบเป๋งเลย- -") จะพยายามเขียนให้เสร็จแล้วเอามาลงให้ดูนะคร๊าบบบบ = =
/ ก็ยังอู้งานต่อไป 555+
ตอนที่ 6
ห้องของ รอย มัสแตง - อัลฟอนส์ เอลริค
"ยินดีด้วยนะที่หายดี แล้วออกจากโรงพยาบาล"รอยสำรวจดูเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ร่างกายแข็งแรงเป็นปกติแล้ว กำลังเก็บข้าวของเพื่อที่จะกลับบ้านของตน
"ขอบคุณครับ พลเอกก็เหมือนกันนะฮะ เชื่อฟังผู้กองด้วยล่ะ"อัลแซวให้ จนพลเอกหน้าซีดทันตา ริซ่ายิ้มเล็กๆให้เด็กหนุ่มใสซื่อขี้เล่นคนนี้ ดูเหมือนพลเอกเตรียมจะหนีหาข้อมูลตามหาพี่แหงๆเลย"
"รักษาตัวด้วยนะอัล อย่าหักโหมมากล่ะ"ริซ่าลูบหัวอัลเบาๆอย่างเอ็นดู รู้สึกเป็นห่วงเด็กหนุ่มอย่างมากเพราะเค้าต้องอยู่คนเดียว พี่ชายก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย "ถ้ามีอะไรก็เรียกได้นะจ้ะ อัลฟอนส์คุง"
"ฮะ ผู้กอง"อัลโบกมือลาทั้งสองและเดินจากไปลับสายตาทั้งคู่ไปแล้ว
"เฮ้อ...เอาล่ะ ทำงานดีกว่านะ"รอยหันหลังเตรียมตัวเข้าไปลุยงานหาร่องรอยของเอ็ดต่อ
"ลืมที่อัลฟอนส์บอกไปหรือค่ะ"ริซ่าเอ่ยดักคอไว้ พร้อมชักปืนออกมาถือทันใด เหมือนบอกให้รู้ว่า'คุณต้องพักผ่อนก่อนไม่ใช่หรือค่ะ?'
"อ่าจ้ะ...พักก่อนก็ได้ชักไม่อยากแตะงานแล้วสิ"รอยคอตกหัวเราะกลบเกลื่อนและเดินตรงไปยังที่พักที่ริซ่าเตรียมไว้ให้แล้ว
เฮ้อ...เรื่องงานการไม่สนใจ ทีเรื่องของสองพี่น้องคู่นี้ล่ะสนใจจริงๆเลยนะ ถึงรู้ว่าเป็นห่วงพวกเค้ามากแต่อย่างน้อยก็หัดห่วงตัวเองซะบ้างสิ เจ็บหนักกว่าเด็กอีกแท้ๆ
บ้านพักเอลริค...
"เฮ้อ...เอาล่ะกลับมาแล้วฮะ"อัลเปิดประตูเข้าบ้านมาอย่างไร้เสียงการตอบรับ นั้นสินะพี่ยังไม่กลับมาเลย อัลตรงไปยังห้องครัว พอเปิดตู้เย็นดูเหมือนจะไม่มีของทำกับข้าวแหะ ออกไปข้างนอกซื้อของดีกว่า
"ไปก่อนนะฮะ"เรานี่ก็บ้าเนอะ พูดเหมือนมีคนอยู่บ้านด้วยงั้นแหละ....
************************************
"อ้าว อัลฟอนส์คุงวันนี้จะรับอะไรดีจ้ะ?"คุณป้าร้านผักออกมาต้อนรับลูกค้าขาประจำอย่างอัลด้วยรอยยิ้มตามปกติ ส่วนตัวมันก็ชินแล้วนะแต่ก็รู้สึกแปลกๆ คงเพราะพึ่งออกจากโรงพยาบาลมามั้ง? พอซื้อเสร็จก็เดินไปที่ร้านอื่น คงจะไม่พ้นการทักทายของเจ้าถิ่นนี้แน่นอน
"สวัสดี อัลฟอนส์คุง เป็นไงบ้าง"
"อัลคุง วันนี้จะทำอะไรกินหรอจ้ะ?"
"ไง หายหน้าหายตาไปนานเลยนะ เอาปลาไปกินสิ พ่อหนุ่ม"
กว่าอัลจะฝ่าผู้คนรู้จักและซื้อของเสร็จเขาคงต้องหมุนคอครบ360องศาแน่ๆเลยมั้งเนี่ย... อัลเดินหาซื้อของต่อไปตามย่านร้านค้าฟังเสียงลือไปเรื่อยเปื่อยตามปากของผู้คน บางคนก็ลือเรื่องคดีฆ่าหั่นศพที่ผ่านมาแล้ว(แน่นอนว่าเอ็ดเป็นคนจัดการไปแล้ว) บางคนก็พูดเรื่องของพลเอกรอยมัสแตง ที่เป็นขวัญใจสาวๆในย่านนี้ แต่ก็ไม่พ้นที่พวกผู้ชายย่านนี้จะหมายตาพลเอก และที่สำคัญที่สุด คือเรื่องของพี่... เอ็ดเวิร์ดเอลริคที่ได้รับตำแหน่งพันเอกเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุของทางการซึ่งอายุน้อยและควบตำแหน่งเลขาผู้บัญชาการสูงสุด ทำให้อัลเองต้องถูกลากชวนเข้าไปเมาท์เรื่องพี่ชายของตนเหมือนกัน ว่าเค้ามีพี่ชายที่เก่งมากทีเดียว อัลเองก็ยอมรับในตัวเอ็ดเหมือนกันเพราะเค้าเป็นพี่ชายที่เค้ารักที่สุด ขณะที่อัลเดินผ่านร้านคอฟฟี่ช็อปนั้นเอง.....อัลได้ยินเสียงหญิงสาวสองคนพูดคุยกันอยู่ แต่อัลเองก็ไม่ได้สนใจมากนัก แต่พอได้ยินหัวข้อเรื่องที่พวกเธอคุยเท่านั้นเอง.......
"นี่ เธอรู้มั้ยว่าเรื่องที่พันเอกเอลริคน่ะหายสาบสูญไป"
"ทำไมจะไม่รู้ล่ะ เรื่องนี้ถึงจะปิดข่าวไว้ก็เถอะส่วนน้อยเท่านั้นที่จะรู้เอง"
"เห็นเค้าว่ามีคนออกตามหานะ แต่ส่วนใหญ่ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเลยล่ะ"
"โกหกน่า"
"ขอโทษนะครับ ช่วยเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังทีได้มั้ยฮะ"อัลส่งยิ้มหวานไปให้หญิงสาวสองคนข้างที่ตนนั้นเข้าไปขัดคอการเล่าอันเพลินของพวกเธอ แต่อัลนึกว่าเค้าจะโดนด่ากลับ แต่พวกเธอเขินหน้าแดงแทบจะลุกเป็นไฟ ยอมเล่าทุกอย่างทั้งหมดเท่าที่พวกเธอรู้........
**************************************
พอถึงบ้านอัลก็เข้าครัวทำอาหารทันที เพราะตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาเค้ายังไม่ได้กินข้าวเลย ท้องเริ่มร้องเรื่อยอัลจึงรีบทำอย่างรวดเร็ว แต่ในหัวอัลตอนนี้คิดถึงคำบอกเล่าของสองสาวนั้นอยู่
"เราได้ยินข่าวลือว่า 'คนที่ออกตามหาเป็นพวกทหารจากทางการแล้วก็ถูกฆ่าตายหมดอย่างโหดร้ายมาก แถมคนร้ายกลบเกลื่อนหลักฐานพยานหมดอย่างไร้ร่องรอย' มีผู้เห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญให้การว่า เห็นคนร้ายสองคนสวมชุดสีดำทั้งคู่ คนหนึ่งผมยาวสีดำ อีกคนผมยาวสีทองตามร่างกายมีรอยสักสีแดง เนื้อตัวทั้งสองเต็มไปด้วยเลือด ที่เธอเห็นเพราะว่าเลือดนั้นหยดใส่เธอพอดี แถมทั้งสองคนนั้นเดินข้ามตึก ไม่สิเหมือนบินไปเลยมากกว่า!....เนื่องจากมันมืดมากจนมองอะไรไม่เห็น ทำให้เห็นหน้าทั้งสองไม่ชัด"
ที่สองคนนั้นบอกนี่ จะใช่โฮมุนครุสหรือเปล่านะ... แล้วทำไมจะต้องเก็บคนที่ตามหาพี่ด้วยล่ะเนี่ย คนผมยาวสีดำ คงจะเป็นเอ็นวี่แน่ๆเลย แล้วอีกคนมันใครล่ะเนี่ย....- -" พุดๆๆ...เสียงอะไรหว่า...เหวอ หม้อเดือดนี่นา แย่แล้วๆ อัลเรียกสติกลับมาที่หม้อเจ้าปัญหาที่อยู่ดีๆก็เดือดขึ้นทันใจ จนอัลปิดแก๊สแทบไม่ทัน
คนที่ตามหาร่องรอย พันเอกเอ็ดเวิร์ดเอลริค จะถูกฆ่าสังหารอย่างโหดเหี้ยม..
คนร้ายที่ฆ่าสวมชุดสีดำทั้งคู่!คนหนึ่งผมสีดำ ส่วนอีก...
คนหนึ่งผมสีทองยาว มีรอยสักทั่วร่างสีแดง...
คนผมดำคงเป็นเอ็นวี่แน่นอน แต่อีกคนมันใครกัน ที่เห็นมามีกลัทโทนี่ก็คงไม่ใช่ ลัสต์หรอ แต่ผมของคนๆนั้นสีดำนี่นา แล้วใครกันล่ะ...ผมสีทองหรอ.. พี่ก็ผมสีทองยาวเหมือนกันนี่นา แต่จะเป็นไปได้ไงล่ะเนอะ พี่เราขยาดเอ็นวี่จะตาย และพี่ก็ไม่มีทางที่จะฆ่าคนได้นี่นา...ถ้าเอ็นวี่ยอมอยู่กับพี่ตลอดเวลานี่คงดูพึลึกน่าดูเลยล่ะ
ไม่มีทาง!!
*****************************
ทางด้านเอ็นวี่
"ฮัดเช้ย!!"
"พี่เอ็นวี่ เป็นหวัดหรอฮะ?"น้องชายตัวน้อยถามพี่ชายร่างสูงอยู่ข้างตัวอย่างเป็นห่วง แม้ดวงตาที่ไร้ชีวิตนั้นจะตรงข้ามกับจิตใจ
"ไม่เป็นไรหรอก นายนี่ซื่อจริงๆนะ โฮมุนครูสจะเป็นหวัดได้ไงกันเล่า~!! แต่ช่างเถอะๆ นายยังเด็กนี่นา"เอ็นวี่กล่าวขอโทษ เค้าลืมไปว่าเจ้าน้องคนนี้มันพึ่งเกิดได้ไม่นานนี่ มันจะไปตรัสรู้เรื่องตระกูลของตัวเองตอนนี้ทั้งหมดได้ไงกันล่ะ สงสัยใครบ่นนินทาเราแหงๆ
**********************************
กลับมาทางด้านอัล
ตอนนี้อัลอยู่ตัวคนเดียว ทำอะไรก็ไม่ประหลาดหรอก แต่...ขาดพี่ไปบ้านนี้ดูเงียบเหงาผิดปกติมาก เหมือนบ้านร้างเลยไม่ก็ปาน ชักอยากเลี้ยงแมวไว้สักตัวจริงๆแหะ ถ้าพี่รู้คงโกรธน่าดูเลย ถึงจะยอมให้เลี้ยงก็เหอะ แต่ถ้าไม่ขอก่อนโวยวายออกนอกหน้าเลยหาว่ามีความลับกันไม่ยอมบอกพี่ ฮ่าๆ...ดวงตาสีทองสั่นเคลือเห็นเสื้อโค้ทสีน้ำเงินของเอ็ดที่แขวนอยู่โดยไร้วี่แววการใช้งานของเจ้าของ..ยิ่งมองก็ยิ่งคิดถึงขึ้นทวีคูณ อัลคว้าเสื้อของพี่มากอดแน่นน้ำตาไหลเหมือนน้ำป่าไหลหลาก ไม่ว่าจะคิดอะไร ก็นึกได้แค่เรื่องของพี่เองหรือ...
เราสัญญาแล้วนี่ว่าจะหาพี่ให้พบ แล้วมาอ่อนแอแบบนี้พี่ไม่โกรธหรือไง อัลฟอนส์ พี่รอเราอยู่น่ะ!! จะมาร้องไห้ได้ไงกัน อัลปาดน้ำตาทั้งสองข้างที่แก้มออก ไม่ว่าจะปาดทิ้งสักกี่ครั้งมันก็ยังไหล ในเจ็บรู้สึกเจ็บปวดที่ช่วยเหลือเอ็ดไม่ได้
อัลเข้าไปในห้องของเอ็ด ทิ้งตัวลงที่นอนของเอ็ดในมือยังกอดเสื้อเอ็ดไม่ปล่อย ห้องนี้ที่พี่เคยใช้ทำงาน....และพักผ่อน กลิ่นอันอ่อนโยนของพี่ยังอยู่กับที่นอน เหมือนว่าพี่ยังอยู่เหมือนทุกวัน แต่นี่มันผ่านไปเกือบเดือนแล้วนะ ยังไม่ได้เบาะแสร่องรอยอะไรสักอย่างเกี่ยวกับพี่เลย.....
พี่ฮะ....
***********************************
ทางด้านรอยกับริซ่า
"คุณนี่ไม่ไหวเลยนะค่ะ ห่วงคนอื่นแต่ไม่ห่วงตัวเอง"ขนาดตัวเองจะแย่ก็ยังทำเป็นว่าคนเจ็บคนอื่นอีกนะ ริซ่าบ่นพลางหยิบเอกสารให้รอยที่นอนอยู่อย่างเซ็งๆ "ถ้าดูเสร็จแล้วอย่าหัวเสียล่ะค่ะ พลเอก"
"เอาน่า เลิกบ่นสักทีเอาเอกสารลับที่ฮาวอคหามาได้ส่งให้ชั้นสักทีสิ"แต่ยังไงก็ไม่กล้าว่าริซ่าแรงหรอก เพราะคุณเธอเล่นพกปืนเดินร่อนได้อย่างหน้าตาเฉย ถ้าทำอะไรขัดเธอสงสัยเธอคงยิงรอยไปสู่ประตูอีกฝากให้ไปขอข้อมูลเอ็ดเวิร์ดแล้วล่ะมั้งเนี่ย.... สายตาของรอยตอนนี้ไล่ดูข้อมูลเอกสารลงมาเรื่อยๆ กลับไม่มีอะไรเป็นที่น่าสนใจเลยสักนิด ไม่มีอะไรเป็นเบาะแส ไม่มีร่องรอยที่เกี่ยวกับเอ็ดเลยเหรอเนี่ย
"เจ้าฮาวอคทำงานภาษาอะไรฟ่ะเนี่ย ข้อมูลไร้ประโยชน์หรือไง"รอยขว้างเอกสารลับนั้นเหมือนอย่างว่ามันคือขยะดีๆนั้นเองแต่ที่น่าปวดร้าวคือ ดันไปกระแทกใส่ตรงท้องที่แผลพึ่งจะหายได้ใหม่ๆ
ทำตัวเองแท้ๆเลย.....
ริซ่านึกในใจพลางดื่มชาไปพลาง สงสารพลเอกนายตัวเองจริงๆที่ซื่อ(บื้อ)กับตัวเองมากไปหน่อย
TBC งับ (ดองไปอีกหน่อยเหอๆๆ)
สนุกมากๆครับ!!
เย้ ได้เขียนต่อแล้ว กร๊ากกกกกก
#1 By [[*-- Horoshi --*]] on 2006-09-24 13:29